จุดอ่อนและจุดเด่นของหญ้าหวาน

สารอาหาร

จุดอ่อนและจุดเด่นของหญ้าหวาน

สำหรับสิ่งที่ทำให้เกิดหญ้าหวานนั้น มีข้อมูลที่ได้รับมาจากศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมของกิน สรุปเนื้อหาสาระเกี่ยวกับหญ้าหวานไว้ว่า เป็นพืชท้องถิ่นจากบราซิล รวมทั้งปารากวัย มีสารให้ความหวาน Stevioside ที่หวานกว่าน้ำตาลทราย 300 เท่า รวมทั้งสาร Rebaudioside A หวานกว่า 450 เท่า ก็เลยมีการใช้ในอุตสาหกรรมของกินหลากหลาย แล้วก็เดี๋ยวนี้ในประเทศไทยก็มีการปลูกเพื่อใช้ในไทย และส่งออกด้วย

จุดเด่นคือทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส โดยไม่ย่อยสลาย ก็เลยใช้ใส่ด้านในเครื่องดื่ม หรือใช้ทำกับข้าวที่จำเป็นต้องผ่านความร้อนได้ดี ซึ่งชาวญี่ปุ่นและเกาหลีใช้กันมานานอีกทั้งสำหรับการหมักเนื้อ หมักปลา หมักผักดอง เครื่องดื่ม รวมถึงยาสีฟัน

จุดอ่อนคือคือมีบางงานวิจัยบอกว่าการบริโภคหญ้าหวานในจำนวนมากจะก่อให้จำนวนสเปิร์มต่ำลง แล้วก็อาจก่อให้เป็นโรคมะเร็งได้ จนถึงมีอยู่ตอนหนึ่งที่หน่วยงานอาหารและยาที่ประเทศอเมริกา (FDA) สั่งห้ามใช้เป็นสารปรุงแต่งในอาหาร ถัดมาได้มีการทดสอบค้นคว้าถึงจุดอ่อนรวมทั้งพิษของหญ้าหวานซ้ำบ่อยครั้ง ผลที่เกิดพบว่าไม่มีพิษ หรืออาจมีเพียงนิดหน่อยแค่นั้น องค์การอนามัยโลกก็เลยประกาศว่าการใช้พืชจำพวกนี้ไม่ได้ทำให้เป็นอันตรายแต่อย่างใด

จนกระทั่งในปี คริสต์ศักราช 2009 ประเทศสหรัฐ ได้ประกาศและให้การเห็นด้วยว่าหญ้าหวานเป็นพืชที่ปลอดภัย ส่วนในประเทศไทยเองก็มีทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ศึกษาถึงผลกระทบในด้านที่เสียหายและอันตรายของหญ้าหวาน ซึ่งได้ให้บทสรุปว่ามีความปลอดภัย สามารถใช้บริโภคเพื่อชดเชยความหวานของน้ำตาลได้

แต่ว่าทั้งนี้ การเลือกบริโภคของกินหรือเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาลเทียมนั้น เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยสำหรับการลดจำนวนการบริโภคน้ำตาลลงได้ โดยน้ำตาลเทียมแต่ละจำพวกมีคุณลักษณะและก็ข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป ซูคราโรสนับว่าเป็นหนทางหนึ่งที่น่าดึงดูดสำหรับคนที่ควบคุมน้ำหนัก หรือเป็นโรคโรคเบาหวาน แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่พวกเราควรจะใช้ตามความต้องการ ควรจะรับประทานอาหารที่มีคุณประโยชน์และออกกำลังกาย เพื่อร่างกายที่แข็งแรง

สนับสนุนการจัดทำโดย เว็บพนันออนไลน์ w88เว็บพนันที่ดีที่สุดและมั่นคงด้านการเงินที่สุด

คอลลาเจนกับผู้หญิงทุกวันนี้ดียังไง

สารอาหาร

คอลลาเจนที่เอามาบริโภคกันจะ มีแบบน้ำ แบบผง รวมทั้ง แบบฉีด แบบที่ได้ผลเร็วที่สุดในประมาณที่เท่ากัน ก็อาจจะควรจะเป็นแบบฉีดเพราะว่าเข้าถึงร่างกายได้โดยตรง แต่ว่าคอลลาเจนแบบฉีด เนื่องด้วยมีราคาแพงทำให้ ไม่เป็นที่นิยม ที่ปัจจุบันนี้มองเห็นขายกันอย่างเกลื่อนกลาดตลาดในเวลานี้ก็จะเป็นคอลลาเจนแบบผง ที่ได้รับความนิยมกันอย่างยิ่งมีหลากหลายแบรนด์มาก เพราะทานง่าย สามารถเอามาผสมน้ำผลไม้แล้ว กินได้เลย ช่างเป็นอาหารเสริมที่ฮิตกันมากเหลือเกินในหมู่สาวๆ ทั้งหลายที่รักสวยรักงาม เนื่องจากคุณสมบัติของคอลลาเจนที่ทำให้ผิวขาวสวย เด้ง มีสุขภาพดีด้วยแล้ว สาวๆ ทั้งสาวเล็ก สาวใหญ่คงไม่อาจปฎิเสธได้เลยจริงไหม วันนี้ w88 พามารู้กันดีกว่าว่าจริงๆแล้วคอลลาเจนมีประโยช์นยังไง

คอลลาเจนกับผู้หญิงทุกวันนี้ดียังไง

คอลลาเจนไม่ได้มีดีเพียงแค่เรื่องผิวพรรณ แต่ยังถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์

นอกเหนือจากคุณประโยชน์ด้านการบำรุงและชะลอความเสื่อมโทรมของผิวหนังแล้ว เส้นใยโปรตีนจำพวกนี้ยังมีคุณประโยชน์อีกเพียบเลยที่หลายคนบางทีอาจนึกไม่ถึง นั่นคือ มีการประยุกต์ใช้คุณประโยชน์ในทางการแพทย์ เพื่อรักษาโรคที่เกี่ยวกับข้อต่อ กระดูก ลักษณะของการเจ็บหลังการผ่าตัด ลดลักษณะของการปวดรวมทั้งความเสื่อมโทรมด้านใน คอลลาเจนมักพบในเยื่อกระดูกรวมทั้งข้อต่อของร่างกาย มีการค้นคว้าวิจัยการันตีว่าคอลลาเจนถูกดูดซับผ่านลำไส้และไปสะสมในกระดูกอ่อนได้ มีกลไกการทำงานที่ช่วยทำให้คนที่มีอาการป่วยด้วยโรคที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ ได้แก่ ข้อเสื่อม หัวเข่าเสื่อม แล้วก็โรคเกี่ยวข้อกระดูกมีลักษณะดียิ่งขึ้น นอกเหนือจากนั้นยังช่วยทุเลาลักษณะของการเจ็บในคนที่มิได้มีโรคข้อหรือกระดูก ยกตัวอย่างเช่น ลักษณะของการปวดข้อข้างหลังผ่าตัด ปวดหลังแล้วก็ปวดคอ

คอลลาเจนกับผิวพรรณ

ร่างกายได้รับคอลลาเจนน้อยเกินไปจนกระทั่งทำให้ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียน และเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย โดยยิ่งไปกว่านั้นเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี ขึ้นไป การสังเคราะห์เส้นใยโปรตีนจำพวกนี้จะน้อยลงถึงปีละ 1.5 เปอร์เซ็นต์ กล่าวได้ว่าร่างกายของมนุษย์ผลิตคอลลาเจนลดลงตามอายุที่มากเพิ่มขึ้น รวมทั้งเมื่อร่างกายมีไม่พอก็เป็นต้นเหตุให้ผิวหนังเหี่ยวย่น มีริ้วรอย ขาดความยืดหยุ่น แล้วก็รอบๆข้อต่อก็เริ่มไม่แข็งแรง นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่หญิงหลายๆคนที่ชอบในการดูแลตนเอง หันมาดูแลเจ้าเส้นใยโปรตีนสำคัญประเภทนี้เยอะขึ้น ทั้งยังดูแลของเดิมที่มีอยู่แล้วก็เติมเต็มไม่ให้หายไปเมื่ออายุเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

‘วิตามินดี’ มีดีต่อ ‘ร่างกาย’ยังไง

สารอาหาร

สภาวะวิตามินดีต่ำ นับว่าเป็น Pandamic อย่างหนึ่งของมนุษย์ทั่วโลกเลย ทดลองมองดูบริเวณตัวจะมีความเห็นว่าเมืองใหญ่มีการขยายตัว มีตึกสูงระฟ้าบังแดด ทำให้คนปัจจุบันไม่ค่อยโดนแดดเยอะเหมือนคนรุ่นก่อน แล้วรูปแบบการใช้ชีวิต การทำงาน รูปแบบทางสังคม ต่างก็เป็นต้นเหตุให้คนสมัยปัจจุบันนี้จำเป็นต้องทำงานในอาคารวันละหลายชั่วโมงต่อวัน ราวกับการจับให้คนมานั่งอยู่ในอาคาร แล้วทำงานๆอยู่กับที่ ช่องทางที่จะพบแสงแดดก็ลดลง รวมทั้งไลฟ์สไตล์ด้านความสวยสดงดงามของคนยุคสมัยใหม่ที่กลัวแดด กลัวฝ้า จนถึงไม่ต้องการออกไปพบแสงแดด เปลี่ยนเป็นว่าร่างกายของมนุษย์ปัจจุบันสังเคราะห์ วิตามินดี จากแดดโดยเฉลี่ยได้ลดลงกว่าเดิม ทำให้ค่าเฉลี่ยวิตามินดีภายในร่างกายลดน้อยลงไปด้วย

อาหารที่มีวิตามินดีสูง

ถ้าคุณได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ ก็ลองกินอาหารที่มีวิตามินดี ซึ่งอาหารพวกนี้อาจช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีให้คุณได้

  • ปลาแซลมอนผลการศึกษาวิจัยพบว่าปลาแซลมอนมีวิตามินมากถึง 988 IU ต่อน้ำหนัก 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ควรกินในแต่ละวันถึง 247%
  • ปลาซาร์ดีนมีวิตามินดีอยู่ 272 IU ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ควรกินในแต่ละวัน 68%
  • น้ำมันตับปลาน้ำมันตับปลาหนึ่งช้อนชามีวิตามินดีอยู่ 450 IU ซึ่งใช้ป้องกันการขาดวิตามินดีในเด็กกันมานานแล้ว
  • ปลาทูน่ากระป๋องปลาทูน่ากระป๋องมีวิตามินดี 236 IU ต่อน้ำหนัก 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ควรกินในแต่ละวัน 50%
  • หอยนางรมมีวิตามินดี 320 IU ต่อน้ำหนัก 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณที่ควรกินในแต่ละวัน 80% แต่มีแคลอรี่มากถึง 68 แคลอรี่

ซึ่งถ้าหากใครขาดวิตามินดีก็จะมีผลให้เกิดปัญหาต่างๆอีกทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่วนหน้าที่ที่สำคัญที่สุดของวิตามินดีนั้น ก็น่าจะเป็นในประเด็นการสร้างเสริมแคลเซี่ยมขื้นมาภายในร่างกาย ทำให้กระดูกมีความแข็งแรง และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ และโรคอื่นๆอีกด้วย

สนับการจับทำโดย เล่นง่าย จ่ายจริง w88

แคลอรี่คืออะไร

สารอาหาร

พลังงานที่ได้จากของกินพวกเราจะเรียกว่า Calorie แทนการใช้คำว่าพลังงานโดยจะเขียนแคลอรี่ที่หมายถึงพลังงานที่ได้จากของกินนี้ด้วย C ตัวใหญ่ โดย 1 Calorie จะมีค่าพอๆกับ 1,000 standard calories ( 1 kcal สรุปก็คือ 1,000 cal = 1 Cal = 1 kcal) ร่างกายของพวกเราอยากได้ใช้พลังงานพวกนี้เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในร่างกายให้คงเดิม รวมทั้งนำพลังงานกลุ่มนี้ไปใช้เพื่อสำหรับการทำกิจกรรมของอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย

สารอาหารที่ให้พลังงาน

สารอาหารที่ให้พลังงาน คือ อาหารจำพวกโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน

  • โปรตีน จะให้พลังงาน 4 แคลอรี่ต่อกรัม
  • แป้งหรือคาร์โบไฮเดรต จะให้พลังงาน 4 แคลอรี่ต่อกรัม
  • ไขมัน จะให้พลังงานสูงสุดคือ 9 แคลอรี่ต่อกรัม

เราต้องการพลังงานวันละเท่าไร

จะทราบว่าวันหนึ่งๆเราต้องการพลังงานเท่าใดจะขึ้นกับเพศ อายุ กิจกรรมการทำงานหรือออกกำลังกาย

คำนวณตามสูตร

โดยปกติแล้วปริมาณของแคลอรี่ที่ควรบริโภคต่อวันสำหรับคนทั่วไปที่ทำงานหนักปานกลาง คือประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่ แต่สำหรับผู้ที่ทำงานหนักหรือต้องใช้พลังงานมาก เช่น กรรมกร หรือนักกีฬา ก็ต้องการพลังงานมากกว่านี้ ส่วนผู้ที่ทำงานเบากว่าคนปกทั่วไปก็ต้องการพลังงานน้อยกว่านี้ และการบริโภคในแต่ละมื้อสำหรับคนทั่วไม่ควรจะเกิน 600 กิโลแคลอรี่ ซึ่งคิดจากความต้องการพลังงานวันละ 2,000 แคลอรี่โดยแบ่งเป็น

  • คาร์โบไฮเดรต 60% ปริมาณ300 กรัมต่อวันคิดเป็น (1,200 กิโลแคลอรี่)
  • โปรตีน 10% 50 กรัมต่อวันคิดเป็น (200 กิโลแคลอรี่)
  • ไขมัน 30%66.6 กรัมต่อวัน คิดเป็น (600 กิโลแคลอรี่)

สนับสนุนโดย w88 เล่นง่าย จ่ายจริง

สารอาหารที่ไม่มีพลังงาน

สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ก็สารอาหารที่ร่างกายของเรานั้นไม่สามารถเอาไปใช้ในการออกกำลังได้ หรือที่ร่างกายของเรานั้นต้องใช้พลังงาน แต่สาอารจำพวกนี้ร่างกายเอามาทดแทนพลังงานไม่ได้ ก็คือ แหล่งแร่ธาตุ วิตามินต่าง ๆ แต่ร่างกายของเรานั้นก็ขาดไม่ได้ เพราะสารเหล่านี้สามารถบำรุงร่างกายของเราได้ แต่นำมาใช้เป็นพลังงานไม่ได้

อาหารเสริมบางอย่างก็ไม่มีพลังการ ไม่มีประโยชน์ เสมอ ไป

สารอาหารที่ไม่ให้พลังงานต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ สารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แต่ร่างกายก็ขาดไม่ได้ วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ จำเป็นต่อร่างกาย เพราะวิตามินมีสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อร่างกาย ร่างกายจะต้องการในปริมาณที่น้อย แต่ร่างกายจะขาดไม่ได้ ถ้าขาดสารอาหารเหล่านี้ไปจะทำให้ร่างกายเกิดความผิดปกติเกิดอาการต่าง ๆ เช่น อาจจะเกิดเหน็บชา มือ เท้า  และอาจจะทำให้ร่างกายเรานั้นรู้สึกอ่อนเพลีย วิตามินที่ละลายในไขมันได้ ได้แก้ วิตามิน เอ ดี อี เค จะทำหน้าที่ ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูก ช่วยบำรุงสายตา รักษาสุขภาพของผิวหนัง         ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุแคลเซียม และฟอสฟอรัสที่ลำไส้เล็กเพื่อให้กระดูกและฟัน ส่วนวิตามินที่ละลายในไขมันไม่ได้ ได้แก่ วิตามิน บี ซี ทำหน้าที่ ช่วยบำรุงประสาทและการทำงานของหัวใจ ช่วยในการทำงานของทางเดินอาหาร การขับถ่าย ละระบบกล้ามเนื้อ ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยในการสังเคราะห์ DNA ช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก

ถึงสารอาหารเหล่านี้จะไม่ได้ให้พลังงานแกร่างกายของเรานั้น แต่ร่างกายของเราก็ไม่สามารถขาดสารอาหารเหล่านี้ เพราะสารอาหารเหล่านี้คือแหล่งวิตามินที่ช่วยซ่อมแซมในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นการรับประทานอาหารให้ครบ 5  หมู่ จึงเป็นสิ่งสำคัญต่อร่างกายมาก ๆ ทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นแข็งแรงและอยู่กับเราไปนานแสนนานโดยไม่มีโรคต่าง ๆ เข้ามารบกวน

เกมส์ สล๊อตออนไลน์ กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก fun88 ของเรามี สล๊อต ออนไลน์ หลายค่าย หลายเกมส์ ให้บริการมากมาย

สารอาหารที่ให้พลังงานมากที่สุด

การเลือกรับประทานอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารที่ดีต้องประกอบไปโดย โปรตีน คาร์โบไอเดรต ไขมัน วิตามิน เกลือแร่ และ น้ำ แต่ละประเภทก็จะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป ร่างกายต้องสารอาหารแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน และครั้งนี้เราจะมาดูกันว่า สารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกสยของเรามีสารอาหาร 3 ประเภท ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน

สารอาหารประเภทโปรตีน โปรตีนชนิดไหนมีคุณค่าทางอาหารมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าโปรตีนชนิดนั้นย่อยสลายได้ง่ายและมีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน โปรตีนเป็นสารอาหารหลักที่ร่างกายต้องการในการสร้างเชลล์เนื้อเยื้อต่าง ๆ และเป็นส่วนประกอบของ เอมไชม์ ฮอร์โมน ฮีโมโกลบิน และแอนติบอดี หรือภูมิคุ้มกันของร่างกาย คนเรามีโปรตีนอยู่ประมาณร้อยละ 20 ของน้ำหนักตัว แหล่งอาหารที่ให้สารอาหารประเภทโปรตีน ได้แก่ เนื้อ นม ไข่ และข้าว พืชตระกูลถั่ว ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ข้าวโพดเหลือง เป็นต้น

w88 เว็บไซต์ผู้ให้บริการ การเดิมพันออนไลน์ ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชีย ในขณะนี้ ด้วยคาสิโนสำหรับการเดิมพัน ที่เหนือระดับกว่า เช่น บาคาร่าออนไลน์ แทงบอล บอลชุด เดิมพันกีฬาออนไลน์(แทงบอล) สล๊อตออนไลน์เกมส์  p2p (เกมส์ที่ผู้เล่นเจอกันเอง เช่น เก้าเก ไฮโล โปกเกอร์ Poker )  ล๊อตเตอรี่ (หวยฮานอยหวยลาว)

w88

สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เป็นสารอาหารที่มีส่วนประกอบเป็น คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน แหล่งที่ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน ข้าวโพด สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานเพื่อมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ใน 1 วันร่างกายต้องการพลังงานจากสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตประมาณ 50-50 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับจากสารอาหาร เราควรกินคาร์โบไฮเดรตประเภทแป้งให้ได้ประมาณ 300-400 กรัมต่อวันจึงจะเพียงพอกับปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการ

สารอาหารประเภทไขมัน ประกอบด้วย คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน ไขมันเป็นสารอาหารที่ไม่สามารถละลายในน้ำได้ ไขมันถ้าอยู่ในของแข็งจะเรียกว่า ไข หรือไขมัน ถ้าอยู่ในสภาพของเหลวเรียกว่า น้ำมันกรดไขมัน เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของไขมัน และมีความสำคัญต่อร่างกายมี 2 ประเภท คือ กรดไขมันอิ่มตัวพบมากในไขมันสัตว์ และกรดไขมันไม่อิ่มตัว พบน้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้นไขมันเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง เมื่อเทียบกับไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง เมื่อเปรียบเทียบกับสารอาหารประเภทอื่นที่มีปริมาณที่เท่า ๆ กัน ร่างกายสามารถสะสมไขมันได้ โดยมีการจำกัดปริมาณ นอกจากนี้ยังสามารถเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตหรือโปรตีนให้เป็นไขมันได้ด้วย ถ้าเรากินอาหารที่ให้พลังงานเกินกว่าร่างกายต้องกายร่างกายจะสะสมอาหารส่วนเกินไว้ในรูปไขมัน เป็นเนื้อเยื้อไขมันอยู่ใต้ผิวหนังและตามอวัยวะต่าง ๆ

สารอาหาร 5 หมู่

การรับประทานอาหารให้ครบ 5 นั้น เราอาจจะเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ๆ ในวัยเรียน เพราะการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรง เพราะร่างกายของเรานั้นได้รัยสารอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ แต่ก็ต้องมีการเลือกรับประทานอาหารและแบ่งตามสัดส่วนที่สำคัญต่อร่างกาย เพราะว่าไม่สารอาหรชนิดใดนั้นจะให้สารอาหารที่ครบทั้งหมด ถ้าทานครบ 5 หมู่จึงเหมาะกับร่างกายของเรา ไปดูกันเลยว่าสารอาหาร5 หมู่มีอะไรบ้าง

สารอาหารประเภทที่ 1 โปรตีน ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) นม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ดหนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี เป็นธาตุอาหารที่สำคัญที่สุด ให้พลังงานซึ่งจำเป็นต่อการทำงาน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ให้ร่างกายเจริญเติบโต เป็นอันดับสองรองจากน้ำ

สารอาหารประเภทที่ 2 คาร์โบไฮเดรต ได้แก่ เมล็ดธัญพืช (cereal grain) เช่น ข้าว (rice) ข้าวสาลี (wheat) ข้าวโพด (corn) พืชหัว (tuber crop) เช่น มันฝรั่ง (potato) มันเทศ (sweet potato) มันสำปะหลัง (tapioca) ถั่วเมล็ดแห้ง (legume) เช่น ถั่วเขียว (mung bean) น้ำตาลข้าว ขนมปัง ให้พลังงานและความร้อน ( 1 กรัม ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ ) ช่วยให้ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์มากที่สุด ส่วนที่เหลือใช้จะเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้

สารอาหารประเภทที่ 3 เกลือแร่หรือแร่ธาตุ ได้แก่ พืช ผัก (Vegetables) ชนิดต่าง ๆ ช่วยเรื่อง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน ผิวพรรณสดใส ระบบการย่อย และการขับถ่ายเป็นปกติ

สารอาหารประเภทที่ 4 วิตามิน ได้แก่ ผลไม้ (Fruit) ชนิดต่าง ๆ บำรุงสุขภาพเหงือก และฟัน สุขภาพปาก ผิวหนังให้สดชื่น ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ

สารอาหารประเภทที่ 5 ไขมัน ได้แก่ พืชผัก (Vegetables) และเนื้อสัตว์ (Meat) ที่ประกอบไปด้วยไขมันอิ่มตัวและไขมันไม่อิ่มตัวในสัดส่วนที่ต่างกัน แต่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นจึงแนะนำว่าการจำกัดไขมันทั้ง 2 ชนิดรวมกัน ในการบริโภคอาหารไม่ให้เกิน 30% ของพลังงานที่ร่างกายได้รับทั้งหมดต่อวัน ช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยในการป้องกันการกระทบกระเทือนอวัยวะภายในอีกด้วย

ถ้าทุกคนหันมาใส่ใจในการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทุกคนก็จะมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและใช้ชีวิตในประจำวันได้อย่างมีความสุข การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นั้นก็เพื่อตัวเราเองและคนที่เรารัก เพราะฉะนั้นอย่าละเลยในเรื่องของการรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดี

เว็บ fun88สมัครสมาชิก ใหม่ โบนัสมากมาย

สารอาหารหมายถึงอะไร

สารอาหาร หมายถึง สารที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในอาหาร ที่รับประทานเข้าไปในร่างกายแล้วร่างกายนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการดำรงชีวิตของร่างกาย เช่น ให้พลังงานในการดำรงชีวิต เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อ ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ประเภทของสารอาหาร แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สารอาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาสารอาหารที่ให้พลังงาน

 พลังงานที่ร่างกายต้องการจากสารอาหาร

พลังงานที่ร่างกายเรานั้นต้องการจากสารอาหาร 3 ประเภท ได้แก่ แหล่งอาหารประเภทโปรตีน ได้แก่ เนื้อ นม ไข่ และข้าว พืชตระกูลถั่ว ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวสาลี ข้าวโพดเหลือง ส่วนสารอาหารต่อไปคือ คาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่ประกอบเป็น คาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน แหล่งที่ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน ข้าวโพด  สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารหลักที่ให้พลังงานเพื่อนำมาใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ภายใน 1 วันร่างกายต้องการพลังงานจากสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตประมาณ 50-50 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับจากสารอาหาร เราควรกินคาร์โบไฮเดรตประเภทแป้งให้ได้ประมาณ 300-400 กรัมต่อวันจึงจะเพียงพอกับปริมาณพลังงานที่ร่างกายต้องการ สารอาหารต่อไปเป็นประเภทไขมัน ประกอบด้วย คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน

สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

ในส่วนสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน ได้แก่วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ สารอาหารพวกนี้เป็นสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน แต่ร่างกายเรานั้นก็ขาดไม่ได้ วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ เพราะวิตามินมีสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อร่างกาย ร่างกายจะต้องการในปริมาณที่น้อย แต่ร่างกายจะขาดไม่ได้ ถ้าขาดจะทำให้ร่างกายมีความผิดปกติเกิดอาการต่าง ๆ เช่น เหน็บชา อ่อนเพลีย เป็นต้น วิตามินที่ละลายในไขมันได้ ได้แก้ วิตามิน เอ ดี อี เค และวิตามินที่ละลายในไขมันไม่ได้ ได้แก่ วิตามิน บี ซี วิตามินทั้งสองนี้มีอยู่ในอาหารทั้งไปในปริมาณที่แตกต่างกัน

บาคาร่า ออนไลน์ 88 ที่ดีที่สุด